ตัดเกรดฟุตบอลโลก 2018 : อิหร่าน

หากพูดถึง อิหร่าน คงไม่มีใครปฏิเสธว่านี้คือหนึ่งในยอดทีมของวงการลูกหนังเอเชีย ที่มีสไตล์การเล่นฟุตบอลคล้ายคลึงกับพวกลาติน คือเน้นเกมรุกและมีความสามารถเฉพาะตัวอันยอดเยี่ยม เป็นมนตร์เสน่ห์ของฟุตบอลในแบบฉบับพวกเขาที่ยากลอกเลียนแบบ

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่หมดยุค อาลี ดาลี, คาริม บาเกรี่, เมห์ดี้ มาห์ดาวิเกีย, วาฮิด ฮาเชเมี่ยน, อาลี คาริมี่, เฟรีดูน ซานดี้ และ ราห์มาน เรซาอี ดูเหมือนว่าวงการลูกหนังอิหร่าน จะตกต่ำลงไปอย่างน่าใจหาย

กระทั่งการมาถึงของ คาร์ลอส คีรอซ กุนซือจอมเก๋าชาวโปรตุกีส ที่ปลุกศักยภาพของพลพรรค “นักรบเปอร์เซีย” ให้กลับมาผงาดอีกครั้ง พร้อมขุมกำลังสายเลือดใหม่ที่ต่างหลั่งไหลกลับไปค้าแข้งในยุโรปเหมือนรุ่นพี่ในอดีต

 

ก่อนจะถึงรัสเซีย

อิหร่าน ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย เมื่อตีตั๋วไปลุยรัสเซีย ตั้งแต่ไก่โห่ แถมไม่แพ้ให้ใครเลยตลอด 10 เกม ทั้งที่อยู่ร่วมสายกับ เกาหลีใต้, ซีเรีย, จีน, อุซเบกิสถาน และ กาตาร์

ซึ่งจุดเด่นของทีมชาติอิหร่านชุดนี้ นอกเหนือจากความสามารถของสตาร์เด่นที่ค้าแข้งในยุโรปอย่าง ซาร์ดาร์ อัซมูน, เรซ่า กูจันเนจ์ฮัด, อาลิเรซ่า จาฮันบัคห์, อัชคาน เดจากาห์, มาซูด โชแจอี, รามิน ราซาอีน และ มิลัด โมฮัมเหม็ด แล้ว

ต้องยอมรับว่า คีรอซ คือหนึ่งในจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ช่วยให้ อิหร่าน พัฒนาเป็นทีมที่แข็งแกร่งมากขึ้นไปอีก แต่กระนั้นการจับสลากมาอยู่ในกลุ่มเดียวกับ สเปน, โปรตุเกส และ โมร็อกโก ถือเป็นเรื่องโชคร้ายเหลือเกินสำหรับพวกเขา

 

บทสรุปที่รัสเซีย

การจับสลากมาอยู่กลุ่มเดียวกับ สเปน, โปรตุเกส และ โมร็อกโก ที่มีปรัชญาการเล่นเกมรุกด้วยกันทั้งหมด ทำให้ อิหร่าน ที่มีปรัชญาการเล่นเกมรุกเช่นกัน ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากปรับแท็กติกมาตั้งรับลึกรอโต้กลับเร็ว ซึ่งรูปเกมออกมาน่าชื่นชมมากทีเดียว

ไล่ตั้งแต่เกมแรกกับ โมร็อกโก ที่พวกเขาสู้ได้สนุก ก่อนมาได้ประตูชัยในช่วงทดเจ็บจากการทำเข้าประตูตัวเองของ อาซิซ บูฮัดดูซ ไปจนถึงเกมที่สองกับ สเปน แพ้หวุดหวิด 0-1 จากประตูของ ดิเอโก้ คอสต้า ในครึ่งหลัง

สุดท้ายที่จะไม่พูดไม่ได้ นั่นคือเกมนัดชี้ชะตากับ โปรตุเกส ที่ อิหร่าน เร่งเครื่องจากที่โดนนำ 0-1 มาไล่ตามตีเสมอ 1-1 ในช่วงท้ายเกม และเกือบพลิกแซงนำในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แต่น่าเสียดายที่ลูกยิงของ จาฮันบัคห์ หลุดกรอบเหลือเชื่อ พร้อมความหวังสู่รอบน็อกเอาท์ที่หลุดลอยไป

 

อนาคตต่อจากนี้

แกนหลักของ อิหร่าน ชุดนี้ ยังเป็นผู้เล่นที่หนุ่มแน่น สามารถต่อยอดไปถึงฟุตบอลโลก 2022 ได้ไม่ยาก ไม่นับรวมดาวรุ่งอีกมากมายที่รอวันแจ้งเกิดในลีกยุโรป อาทิเช่น อาลี โกลิซาเดห์ หรือ โอมิด นูราฟคาน ต้องยอมรับว่ายุคทองของพวกเขากำลังจะกลับมา

แต่ข่าวร้ายคือหัวหอกดาวรุ่งอนาคตไกลอย่าง อัซมูน ดันประกาศเลิกเล่นทีมชาติหลังจบศึกที่รัสเซีย ซึ่งต้องรอดูกันต่อว่า คีรอซ จะกล่อมเจ้าตัวกลับมารับใช้ชาติได้หรือไม่ เพราะแข้งรายนี้คือนักเตะที่ดีที่สุดของพวกเขาอย่างไม่ต้องสงสัย

 

ตัดเกรด : น่าชมเชย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *