ตัดเกรดฟุตบอลโลก 2018 : ซาอุดิอาระเบีย

 

พลพรรค “เศรษฐีน้ำมัน” ฉายาที่ชาวไทยคุ้นเคย สร้างชื่อเอาไว้ในศึกฟุตบอลโลก 1994 ที่สหรัฐอเมริกา ทัวร์นาเมนต์แรกที่พวกเขาทะลุเข้าถึงรอบสุดท้าย และฝากผลงานอันสุดแสนเซอร์ไพรส์ด้วยการทะลุเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย

แม้จุดจบของเส้นทางที่เมืองมะกันจะเป็นการแพ้ให้กับ สวีเดน ด้วยสกอร์ 1-3 แต่นั่นถือเป็นความสำเร็จที่ช่วยต่อยอดให้ ซาอุดิอาระเบีย ก้าวมาเป็นหนึ่งในยอดทีมของเอเชีย พร้อมฝากชื่อดาวยิงอย่าง ซามี่ อัล จาเบอร์ ไว้ในฐานะดาวยิงแถวหน้าของทวีป

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ซาอุดิอาระเบีย ไม่เคยได้ลิ้มรสการเดินทางไปลุยฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย กระทั่งเข้าสู่ยุค 2018 ที่พวกเขาตั้งเป้าหมายเอาไว้สูงมาก กับขุมกำลังสายเลือดใหม่ที่ค้าแข้งอยู่ในประเทศทั้งหมด

 

ก่อนจะถึงรัสเซีย

หลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนกรุยทางเข้าสู่ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก รอบสุดท้าย โซนเอเชีย ความพ่ายแพ้ต่อ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทำให้ ซาอุดิอาระเบีย จำต้องแย่งตั๋วเข้ารอบกับ ออสเตรเลีย ในเกมสุดท้าย

ซึ่งท้ายที่สุดต้องขอบคุณ ฟาฮัด อัล มูวาลัด ที่พังประตูชัยในนาทีที่ 63 ช่วยให้ ซาอูดิอาระเบีย เปิดบ้านเฉือนชนะ ญี่ปุ่น 1-0 เบียด ออสเตรเลีย ที่ชนะ ไทย 2-1 ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ที่รัสเซีย โดยอัตโนมัติ

อย่างไรก็ตาม ภายใต้งานเลี้ยงฉลองที่ตีตั๋วไปลุยรัสเซียได้สำเร็จ ซาอุดิอาระเบีย กลับมีปัญหาหลังบ้านให้ต้องกังวล เมื่อคำแหน่งกุนซือมีการเปลี่ยนแปลงจาก เบิร์ต ฟาน มาร์ไวจ์ค, เอ็ดการ์โด้ เบาซ่า ไปจนถึง ฆวน อันโตนิโอ ปิซซี่ ที่จะได้สัมผัสทีมแค่ในเกมอุ่นเครื่อง

 

บทสรุปที่รัสเซีย

จากการเปลี่ยนแปลงกุนซือมาเป็น ปิซซี่ ที่มีเวลาในการเตรียมความพร้อมในเกมอุ่นเครื่องไม่กี่นัด ทำให้เหล่ากูรูลูกหนังคาดหมายว่า ซาอุดิอาระเบีย น่าจะเป็นทีมแจกแต้มในกลุ่ม เอ เนื่องจากมีคู่แข่งอย่าง รัสเซีย, อุรุกวัย และ อียิปต์ รออยู่

ซึ่งเพียงแค่เกมแรก ซาอุดิอาระเบีย ก็ทิ้งความมั่นใจของตัวเองลงชักโครกแบบไม่เหลือซาก เมื่อโดนเจ้าภาพ รัสเซีย ไล่ถล่มเละเทะ 5-0 ก่อนจะตามมาด้วยความพ่ายแพ้ต่อ อุรุกวัย 0-1 แม้รูปเกมจะดีขึ้น แต่กลายเป็นว่าการันตีตกรอบแน่นอนแล้ว

นั่นทำให้เกมสุดท้ายของ ซาอุดิอาระเบีย ไม่มีความหมาย แต่พลพรรค “เศรษฐีน้ำมัน” กลับได้ใจแฟนบอลทั่วโลกไปเต็มๆ เมื่อพลิกจากที่ตามหลัง 0-1 กลับมาแซงชนะ อียิปต์ ของ

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ซึ่งเป็นผลงานที่น่าชื่นชม

 

อนาคตต่อจากนี้

เกมสุดท้ายกับ อียิปต์ เราได้เห็นขุมกำลังหน้าใหม่หลายรายของ ซาอุดิอาระเบีย ที่พร้อมจะก้าวขึ้นมาเป็นแกนหลักต่อจากรุ่นพี่ ไล่ตั้งแต่ โมฮัมเหม็ด อัล บูริค, โมตาซ ฮอว์ซาวี่, อับดุลลาห์ โอตายฟ์ และ ฮัตตาน บาเฮบรี้

นอกจากนี้ สมาคมฟุตบอลซาอุดิอาระเบีย ยังตกลงต่อสัญญาฉบับใหม่กับ ปิซซี้ ออกไปจนถึงปี 2019 โดยมีศึกเอเชียน คัพ รออยู่ รวมไปถึงดาวรุ่งหน้าใหม่ที่คาดว่าจะก้าวเข้าสู่สารบบทีมชาติ โดยเฉพาะ มุคห์ตาร์ อาลี มิดฟิลด์จากวิเทสส์ อาร์เน่ม

 

ตัดเกรด : ตามเป้า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *