Category Archives: SBOBET

ไรโอล่าจวกยับคนวิจารณ์ป็อกบา

มิโน่ ไรโอล่า เอเยนต์ส่วนตัว ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ตั้งเป้าโจมตีแฟนบอลชาวฝรั่งเศส ว่าอิจฉาริษยานักเตะในความดูแลของเขา
พร้อมชี้บรรดาคอลูกหนังเลือดเฟร้นช์ไม่ชอบนักเตะฮีโร่ ถึงได้วิจารณ์ตัวนักเตะตลอด
ป็อกบาทำผลงานได้อย่างโดดเด่นเกมเปิดสนามที่ ฝรั่งเศส ชนะ ออสเตรเลีย
โดยเขาส่งบอลอย่างเหนือชั้นให้ อองตวน กรีซมันน์ ซัดประตูเบิกร่องให้ทัพ “น้ำหอม”
แถมยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับจังหวะประตูชัยที่ช่วยให้แชมป์โลก 1998 คว้า 3 คะแนนได้อย่างงดงาม
แม้จะเล่นได้ดี แต่ป็อกบาก็ยังคงโดนวิจารณ์เรื่องฟอร์มการเล่นเหมือนเดิม โดยไรโอล่าชักทนไม่ไหว
ออกโรงจวกทันทีว่า “ผมคิดว่าฝรั่งเศสคงไม่ชอบพวกฮีโร่ มีแต่เรื่องอิจฉาริษยาเต็มไปหมด
นักเตะเหล่านี้เป็นตัวแทนของประเทศ
ทีมของพวกเขาผมมองไม่เห็นเลยว่าทำไมเราต้องวิจารณ์พวกเขา” “สำหรับปอลเป็นกรณีพิเศษ
เพราะทุกคนอยากวิจารณ์เขา เขาเป็นเด็กหนุ่มที่มองโลกในแง่บวก ซึ่งทำงานหนักมาก
เขาไม่มีอะไรต้องพิสูจน์อีกแล้ว เขาต้องการทำผลงานให้ดีที่สุด เขาอยากช่วยทีมอยู่นอกสนาม
เขาเป็นตัวแทนของชาติที่สมบูรณ์แบบมาก” นายหน้าชื่อดัง กล่าวตบท้าย
เนย์มาร์โวยด้วยซูเบอร์ทำฟาวล์มิรนด้า เนย์มาร์ กองหน้าทีมชาติบราซิล แสดงความเชื่อว่า
สวิตเซอร์แลนด์ไม่ควรได้ประตู เพราะมองว่า สตีเว่น ซูเบอร์ ปีกของทีมคู่แข่งทำฟาวล์ชัดเจน
หลังจากที่ทัพ “เซเลเซา” ทำได้เพียงเสมอกับอีกฝ่าย 1-1 ในเกมฟุตบอลโลก 2018 รอบแงกลุ่ม กลุ่ม อี
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา “ผมคิดว่ามันเป็นการทำฟาวล์
พอคุณได้ดูภาพช้าในจังหวะนั้นอีกครั้งคุณกลับได้เห็นคนฉลองประตูกันอย่างชื่นมื่น
(ทั้งที่เป็นการทำฟาวล์) ผมได้ดูภาพช้าของจังหวะนั้นแล้ว แต่ผมไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดอะไร”
“มีกรรมการมืออาชีพ 4 คนที่ตัดสินใจในจังหวะเหล่านี้ มันเป็นงานของพวกเขา
เราไม่สมควรได้แค่ผลเสมอ แต่เราสามารถปรับปรุงฟอร์มของเราได้ เราสามารถเล่นให้ดีกว่านี้ได้
แต่นี่เป็นแมตช์ที่แสดงให้เราเห็นว่ามันไม่ใช่งานง่ายเลย (สำหรับการลงเล่น ฟุตบอลโลก 2018)
” หัวหอกจากสโมสรปารีส แซงต์-แชร์กแมง ร่ายยาว นอกจากนี้
เนย์มาร์ยังเสริมว่าเขาไม่ได้มีปัญหาเรื่องสภาพความฟิตแล้ว
แม้จะมีบางช่วงที่ดูเหมือนว่าเขายังมีอาการน่าเป็นห่วงก็ตาม “ผมโดนอัด และมันก็ปวดอยู่บ้าง
แต่มันไม่มีอะไรต้องกังวลหรอก หลังจากที่ร่างกายของคุณรู้สึกเย็นแล้ว
มันก็จะปวดมากกว่าเดิมนิดหน่อย แต่มันไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเลย”…

ตัดเกรดฟุตบอลโลก 2018 : อียิปต์

ฟุตบอลโลก กับวงการลูกหนังอียิปต์ ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องที่ที่สามารถเอามาพูดคุยด้วยความชื่นชมปนชื่นใจได้ เพราะแม้พวกเขาจะได้ชื่อว่าเป็นชาติมหาอำนาจของทวีปแอฟริกา แต่ที่ผ่านมาได้เดินทางไปเล่นรอบสุดท้ายแค่ 2 ครั้งเท่านั้น

แถมผลงานของฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ทั้ง 2 ครั้ง ของพลพรรค “มัมมี่” ยังจัดเข้าขั้นล้มเหลว เมื่อฟุตบอลโลก 1934 แพ้ ฮังการี เละเทะ 2-4 ตีตั๋วกลับบ้านตั้งแต่ไก่โห่ ขณะที่ฟุตบอลโลก 1990 พวกเขาตกรอบแรกแบบเอาชนะใครไม่ได้เลย

กระทั่งการเข้ามาของกุนซือจอมแท็คติกชาวอาร์เจนไตน์ อย่าง เอคตอร์ คูเป ทำให้วงการลูกหนังอียิปต์ กลับมามีความหวังอีกครั้ง พร้อมกับขุมกำลังยุคใหม่ที่จัดเป็นแข้งฝีเท้าดีของสโมสรต่างๆ ในยุโรป อันหมายถึงศักยภาพที่เปลี่ยนไปเชิงบวก

 

ก่อนจะถึงรัสเซีย

อียิปต์ เปิดฉากเส้นทางฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก รอบสอง โซนแอฟริกา ด้วยชัยชนะเหนือ ชาด ด้วยสกอร์รวม 4-1 กรุยทางผ่านเข้าสู่รอบ 3 แบบไม่ยากเย็น โดยจับฉลากไปอยู่ร่วมสายกับ กานา, อูกันดา และ คองโก

ก่อนลูกทีมของ คูเป จะทำผลงานได้อย่างร้อนแรง เมื่อผงาดคว้าแชมป์กลุ่มตั้งแต่การแข่งขันยังไม่จบ การันตีตั๋วไปลุยฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้าย ที่รัสเซีย อย่างเต็มภาคภูมิ พร้อมยุติช่วงเวลาที่รอคอยมายาวนานกว่า 28 ปี

อย่างไรก็ตาม ก่อนเดินทางไปรัสเซีย คูเป ได้รับข่าวร้าย เมื่อสตาร์ตัวเก่งประจำทีมอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้รับบบาดเจ็บหัวไหล่จากการลงสนามนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จนพลาดลงช่วยทีมตลอดการเตรียมทีมก่อนรอบสุดท้ายจะมาถึง

 

บทสรุปที่รัสเซีย

อาการบาดเจ็บของ ซาลาห์ ทำให้ คูเป ขาดอาวุธหนักในแดนหน้า ซึ่งเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการเล่นเกมโต้กลับของพวกเขา ก่อนจะลงเอยด้วยความพ่ายแพ้ต่อ อุรุกวัย แบบน่าชนะ หรืออย่างน้อยเสมอ จากประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของ โฮเซ่ กิเมเนซ

ซึ่งผลการแข่งขันดังกล่าวกับ อุรุกวัย ทำให้ คูเป ต้องปรับเปลี่ยนทุกการตัดสินใจของตัวเอง ไล่ตั้งแต่เข็น ซาลาห์ ลงสนามตั้งแต่เกม 2 และปรับแท็กติกจากตั้งรับโต้กลับเป็นเปิดเกมรุกเข้าใส่เจ้าภาพ รัสเซีย

ผลก็อย่างที่เห็น แผนการทุกอย่างที่วางไว้ของ อียิปต์ รวนไปหมด แถมความพ่ายแพ้ต่อ รัสเ.ซีย ยังทำให้พวกเขาตีตั๋วกลับบ้านตั้งแต่ไก่โห่ พร้อมทำสถิติไม่ชนะในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย เมื่อกล้าแพ้ให้ ซาอุดิอาระเบีย ไปอีกทีม

 

อนาคตต่อจากนี้

ไม่มีใครปฏิเสธว่าขุมกำลังของ อียิปต์ เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ไล่ตั้งแต่ระดับสตาร์อย่าง ซาลาห์, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, รามาดาน โซบี, เตรเซเก้ต์, อาเมอร์ วาร์ด้า, อาห์เหม็ด เฮกาซี่ ไปจนถึงอีกหลายรายที่ยังไม่อยู่ในสารบบทีมชาติ

อีกทั้งแกนหลักของทีมชุดนี้ก็ยังหนุ่มแน่นทุกคน สามารถต่อยอดความสำเร็จในการตีตั๋วไปลุยฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ในอีก 4 ข้างหน้า ได้ไม่ยาก ขึ้นอยู่กับว่าเฮดโค้ชคนใหม่เป็นใคร หลังสมาคมฟุตบอลอียิปต์ ไม่ต่อสัญญากับ คูเป ออกไป

 

ตัดเกรด : ล้มเหลว…

ตัดเกรดฟุตบอลโลก 2018 : อิหร่าน

หากพูดถึง อิหร่าน คงไม่มีใครปฏิเสธว่านี้คือหนึ่งในยอดทีมของวงการลูกหนังเอเชีย ที่มีสไตล์การเล่นฟุตบอลคล้ายคลึงกับพวกลาติน คือเน้นเกมรุกและมีความสามารถเฉพาะตัวอันยอดเยี่ยม เป็นมนตร์เสน่ห์ของฟุตบอลในแบบฉบับพวกเขาที่ยากลอกเลียนแบบ

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่หมดยุค อาลี ดาลี, คาริม บาเกรี่, เมห์ดี้ มาห์ดาวิเกีย, วาฮิด ฮาเชเมี่ยน, อาลี คาริมี่, เฟรีดูน ซานดี้ และ ราห์มาน เรซาอี ดูเหมือนว่าวงการลูกหนังอิหร่าน จะตกต่ำลงไปอย่างน่าใจหาย

กระทั่งการมาถึงของ คาร์ลอส คีรอซ กุนซือจอมเก๋าชาวโปรตุกีส ที่ปลุกศักยภาพของพลพรรค “นักรบเปอร์เซีย” ให้กลับมาผงาดอีกครั้ง พร้อมขุมกำลังสายเลือดใหม่ที่ต่างหลั่งไหลกลับไปค้าแข้งในยุโรปเหมือนรุ่นพี่ในอดีต

 

ก่อนจะถึงรัสเซีย

อิหร่าน ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย เมื่อตีตั๋วไปลุยรัสเซีย ตั้งแต่ไก่โห่ แถมไม่แพ้ให้ใครเลยตลอด 10 เกม ทั้งที่อยู่ร่วมสายกับ เกาหลีใต้, ซีเรีย, จีน, อุซเบกิสถาน และ กาตาร์

ซึ่งจุดเด่นของทีมชาติอิหร่านชุดนี้ นอกเหนือจากความสามารถของสตาร์เด่นที่ค้าแข้งในยุโรปอย่าง ซาร์ดาร์ อัซมูน, เรซ่า กูจันเนจ์ฮัด, อาลิเรซ่า จาฮันบัคห์, อัชคาน เดจากาห์, มาซูด โชแจอี, รามิน ราซาอีน และ มิลัด โมฮัมเหม็ด แล้ว

ต้องยอมรับว่า คีรอซ คือหนึ่งในจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ช่วยให้ อิหร่าน พัฒนาเป็นทีมที่แข็งแกร่งมากขึ้นไปอีก แต่กระนั้นการจับสลากมาอยู่ในกลุ่มเดียวกับ สเปน, โปรตุเกส และ โมร็อกโก ถือเป็นเรื่องโชคร้ายเหลือเกินสำหรับพวกเขา

 

บทสรุปที่รัสเซีย

การจับสลากมาอยู่กลุ่มเดียวกับ สเปน, โปรตุเกส และ โมร็อกโก ที่มีปรัชญาการเล่นเกมรุกด้วยกันทั้งหมด ทำให้ อิหร่าน ที่มีปรัชญาการเล่นเกมรุกเช่นกัน ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากปรับแท็กติกมาตั้งรับลึกรอโต้กลับเร็ว ซึ่งรูปเกมออกมาน่าชื่นชมมากทีเดียว

ไล่ตั้งแต่เกมแรกกับ โมร็อกโก ที่พวกเขาสู้ได้สนุก ก่อนมาได้ประตูชัยในช่วงทดเจ็บจากการทำเข้าประตูตัวเองของ อาซิซ บูฮัดดูซ ไปจนถึงเกมที่สองกับ สเปน แพ้หวุดหวิด 0-1 จากประตูของ ดิเอโก้ คอสต้า ในครึ่งหลัง

สุดท้ายที่จะไม่พูดไม่ได้ นั่นคือเกมนัดชี้ชะตากับ โปรตุเกส ที่ อิหร่าน เร่งเครื่องจากที่โดนนำ 0-1 มาไล่ตามตีเสมอ 1-1 ในช่วงท้ายเกม และเกือบพลิกแซงนำในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แต่น่าเสียดายที่ลูกยิงของ จาฮันบัคห์ หลุดกรอบเหลือเชื่อ พร้อมความหวังสู่รอบน็อกเอาท์ที่หลุดลอยไป

 

อนาคตต่อจากนี้

แกนหลักของ อิหร่าน ชุดนี้ ยังเป็นผู้เล่นที่หนุ่มแน่น สามารถต่อยอดไปถึงฟุตบอลโลก 2022 ได้ไม่ยาก ไม่นับรวมดาวรุ่งอีกมากมายที่รอวันแจ้งเกิดในลีกยุโรป อาทิเช่น อาลี โกลิซาเดห์ หรือ โอมิด นูราฟคาน ต้องยอมรับว่ายุคทองของพวกเขากำลังจะกลับมา

แต่ข่าวร้ายคือหัวหอกดาวรุ่งอนาคตไกลอย่าง อัซมูน ดันประกาศเลิกเล่นทีมชาติหลังจบศึกที่รัสเซีย ซึ่งต้องรอดูกันต่อว่า คีรอซ จะกล่อมเจ้าตัวกลับมารับใช้ชาติได้หรือไม่ เพราะแข้งรายนี้คือนักเตะที่ดีที่สุดของพวกเขาอย่างไม่ต้องสงสัย

 

ตัดเกรด : น่าชมเชย…

ตัดเกรดฟุตบอลโลก 2018 : ซาอุดิอาระเบีย

 

พลพรรค “เศรษฐีน้ำมัน” ฉายาที่ชาวไทยคุ้นเคย สร้างชื่อเอาไว้ในศึกฟุตบอลโลก 1994 ที่สหรัฐอเมริกา ทัวร์นาเมนต์แรกที่พวกเขาทะลุเข้าถึงรอบสุดท้าย และฝากผลงานอันสุดแสนเซอร์ไพรส์ด้วยการทะลุเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย

แม้จุดจบของเส้นทางที่เมืองมะกันจะเป็นการแพ้ให้กับ สวีเดน ด้วยสกอร์ 1-3 แต่นั่นถือเป็นความสำเร็จที่ช่วยต่อยอดให้ ซาอุดิอาระเบีย ก้าวมาเป็นหนึ่งในยอดทีมของเอเชีย พร้อมฝากชื่อดาวยิงอย่าง ซามี่ อัล จาเบอร์ ไว้ในฐานะดาวยิงแถวหน้าของทวีป

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ซาอุดิอาระเบีย ไม่เคยได้ลิ้มรสการเดินทางไปลุยฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย กระทั่งเข้าสู่ยุค 2018 ที่พวกเขาตั้งเป้าหมายเอาไว้สูงมาก กับขุมกำลังสายเลือดใหม่ที่ค้าแข้งอยู่ในประเทศทั้งหมด

 

ก่อนจะถึงรัสเซีย

หลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนกรุยทางเข้าสู่ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก รอบสุดท้าย โซนเอเชีย ความพ่ายแพ้ต่อ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทำให้ ซาอุดิอาระเบีย จำต้องแย่งตั๋วเข้ารอบกับ ออสเตรเลีย ในเกมสุดท้าย

ซึ่งท้ายที่สุดต้องขอบคุณ ฟาฮัด อัล มูวาลัด ที่พังประตูชัยในนาทีที่ 63 ช่วยให้ ซาอูดิอาระเบีย เปิดบ้านเฉือนชนะ ญี่ปุ่น 1-0 เบียด ออสเตรเลีย ที่ชนะ ไทย 2-1 ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ที่รัสเซีย โดยอัตโนมัติ

อย่างไรก็ตาม ภายใต้งานเลี้ยงฉลองที่ตีตั๋วไปลุยรัสเซียได้สำเร็จ ซาอุดิอาระเบีย กลับมีปัญหาหลังบ้านให้ต้องกังวล เมื่อคำแหน่งกุนซือมีการเปลี่ยนแปลงจาก เบิร์ต ฟาน มาร์ไวจ์ค, เอ็ดการ์โด้ เบาซ่า ไปจนถึง ฆวน อันโตนิโอ ปิซซี่ ที่จะได้สัมผัสทีมแค่ในเกมอุ่นเครื่อง

 

บทสรุปที่รัสเซีย

จากการเปลี่ยนแปลงกุนซือมาเป็น ปิซซี่ ที่มีเวลาในการเตรียมความพร้อมในเกมอุ่นเครื่องไม่กี่นัด ทำให้เหล่ากูรูลูกหนังคาดหมายว่า ซาอุดิอาระเบีย น่าจะเป็นทีมแจกแต้มในกลุ่ม เอ เนื่องจากมีคู่แข่งอย่าง รัสเซีย, อุรุกวัย และ อียิปต์ รออยู่

ซึ่งเพียงแค่เกมแรก ซาอุดิอาระเบีย ก็ทิ้งความมั่นใจของตัวเองลงชักโครกแบบไม่เหลือซาก เมื่อโดนเจ้าภาพ รัสเซีย ไล่ถล่มเละเทะ 5-0 ก่อนจะตามมาด้วยความพ่ายแพ้ต่อ อุรุกวัย 0-1 แม้รูปเกมจะดีขึ้น แต่กลายเป็นว่าการันตีตกรอบแน่นอนแล้ว

นั่นทำให้เกมสุดท้ายของ ซาอุดิอาระเบีย ไม่มีความหมาย แต่พลพรรค “เศรษฐีน้ำมัน” กลับได้ใจแฟนบอลทั่วโลกไปเต็มๆ เมื่อพลิกจากที่ตามหลัง 0-1 กลับมาแซงชนะ อียิปต์ ของ

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ซึ่งเป็นผลงานที่น่าชื่นชม

 

อนาคตต่อจากนี้

เกมสุดท้ายกับ อียิปต์ เราได้เห็นขุมกำลังหน้าใหม่หลายรายของ ซาอุดิอาระเบีย ที่พร้อมจะก้าวขึ้นมาเป็นแกนหลักต่อจากรุ่นพี่ ไล่ตั้งแต่ โมฮัมเหม็ด อัล บูริค, โมตาซ ฮอว์ซาวี่, อับดุลลาห์ โอตายฟ์ และ ฮัตตาน บาเฮบรี้

นอกจากนี้ สมาคมฟุตบอลซาอุดิอาระเบีย ยังตกลงต่อสัญญาฉบับใหม่กับ ปิซซี้ ออกไปจนถึงปี 2019 โดยมีศึกเอเชียน คัพ รออยู่ รวมไปถึงดาวรุ่งหน้าใหม่ที่คาดว่าจะก้าวเข้าสู่สารบบทีมชาติ โดยเฉพาะ มุคห์ตาร์ อาลี มิดฟิลด์จากวิเทสส์ อาร์เน่ม

 

ตัดเกรด : ตามเป้า…